แฟ้ม C                        ออก                  สารบัญหลัก

 
รวมเรื่องและข้อปฏิบัติเกี่ยวกับราชสำนัก

สำนักพระราชวัง พ..๒๕๓๒*

การขอพระราชทานเชิญเสด็จพระราชดำเนิน

             การขอพระราชทานเชิญเสด็จพระราชดำเนินในโอกาสใด ๆ ก็ตาม มีแนวปฏิบัติและหน่วยงานที่เกี่ยวข้องกับการพิจารณาความเห็นถวาย ตามขั้นตอนต่อไปนี้

             . ผู้ขอพระราชทานเชิญเสด็จพระราชดำเนิน      ทำหนังสือแจ้งเรื่องราวถึงราชเลขาธิการสำนักราชเลขาธิการ หรือ เลขาธิการพระราชวัง สำนักพระราชวัง

             . สำนักพระราชวัง มีหน้าที่ไปตรวจสถานที่และจัดทำหมายกำหนดการ โดยกำหนดเวลาต่าง ๆ ร่วมกับหน่วยรักษาความปลอดภัยบุคคลสำคัญประจำราชสำนัก

             . สำนักราชเลขาธิการ รวบรวมข้อมูลเพื่อถวายกราบบังคมทูล เมื่อทรงพระกรุณาโปรดเกล้าฯ แล้ว   เจ้าหน้าที่สำนักพระราชวัง ร่วมกับกรมโยธาเทศบาล จะไปดำเนินการเตรียมการรับเสด็จฯ ล่วงหน้าก่อนถึงวันเสด็จพระราชดำเนิน

                . หากเป็นการขอพระราชทานเชิญเสด็จพระราชดำเนินไปยังจังหวัดต่าง ๆ   ทางจังหวัดมีส่วนในการร่วมพิจารณา  กล่าวคือ ต้องได้รับความเห็นชอบ และสนับสนุนจากทางจังหวัดด้วย

             ฉะนั้น การติดตามสอบถามเรื่องราวต่าง ๆ จึงสามารถสอบถามได้ที่ สำนักราช

เลขาธิการ หรือที่สำนักพระราชวัง ในพระบรมมหาราชวัง

ธรรมเนียมการรับเสด็จพระราชดำเนิน

และข้อปฏิบัติในการเข้าเฝ้าฯ

             การรับเสด็จพระราชดำเนินในที่นี้    หมายถึง การเฝ้าฯ รับเสด็จฯ ในงานพระราชพิธี การพระราชกุศลงานรัฐพิธี หรือเสด็จฯ ในงานต่าง ๆ  จะได้แบ่งประเภทดังนี้

                . การเฝ้าฯ รับเสด็จฯ ในงานพระราชพิธี  การพระราชกุศล  รัฐพิธี ซึ่งเป็นงานหลวงประจำปี ในพระราชฐาน เช่น พระบรมมหาราชวัง

                                  .๑ งานในพระราชฐาน ผู้มาเฝ้าฯ และรับเสด็จฯ แต่งกายตามหมายกำหนดการ หรือหมายรับสั่งของสำนักพระราชวัง และควรมาถึงก่อนเวลาเสด็จฯ ๓๐ นาที

                                      .๒ สำนักพระราชวังจะจัดเจ้าหน้าที่ไว้รับรอง และเชิญไปนั่งพักภายนอกพระที่นั่งก่อน

                                      .๓ เมื่อใกล้เวลาก่อนเสด็จฯ ประมาณ ๕ หรือ ๑๐ นาที     เจ้าหน้าที่ผู้รับรองจะเชิญผู้มาเฝ้าฯ เข้าไปนั่งยังที่ซึ่งจัดไว้ในพระที่นั่ง  ตามลำดับชั้นยศ ตำแหน่ง ฝ่ายทหาร พลเรือน

               

 *           หนังสืออนุสรณ์งานพระราชทานเพลิงศพ พ..ประวิตร  พรหมรัตน์ ณ ฌาปนสถานกองทัพบก วัดโสมนัสวิหาร วันเสาร์ที่ ๑๓ ต..๓๓         

                . การเฝ้าฯ รับเสด็จฯนอกพระราชฐาน ที่เป็นงานพระราชพิธี รัฐพิธีและงานพิธีต่าง ๆ

                                      .๑ งานนอกพระราชฐานที่เกี่ยวกับการพระราชพิธี   สำนักพระราชวังออกเป็นหมายกำหนดการหรือหมายรับสั่ง แต่งกายตามกำหนดในหมาย เช่น การพระราชพิธีวันสมเด็จ พระนเรศวรมหาราช ๒๕ มกราคม ถวายบังคมพระบรมราชานุสรณ์ ที่ดอนเจดีย์ จังหวัดสุพรรณบุรี, วันที่ระลึกมหาจักรี ๖ เมษายน ถวายบังคมพระบรมราชานุสรณ์ ที่ปฐมบรมราชานุสรณ์สะพานพระพุทธยอดฟ้าฯ และที่ปราสาทพระเทพบิดร วัดพระศรีรัตนศาสดาราม, วันปิยมหาราช ๒๓ ตุลาคม ถวายบังคมพระบรมราชานุสรณ์ ที่พระลานพระราชวังดุสิต, วันสวรรคตรัชกาลที่ ๖, ๒๕ พฤศจิกายน ถวายบังคมพระบรมราชานุสรณ์ ที่สวนลุมพินี และวันสมเด็จพระเจ้าตากสินมหาราช  ๒๘ ธันวาคม ถวายบังคมพระบรมราชานุสรณ์ ที่วงเวียนใหญ่ ธนบุรี

             เมื่อผู้มาเฝ้า ฯ   ถวายบังคมสักการะพระบรมราชานุสรณ์เป็นหมู่เป็นคณะแล้วเจ้าหน้าที่สำนักพระราชวังจะเชิญให้พัก ณ ปะรำ หรือกระโจมผ้า เพื่อรอรับเสด็จฯ

                ครั้นใกล้เวลาเสด็จฯ ประมาณ ๕ หรือ ๑๐ นาที   เจ้าหน้าที่สำนักพระราชวังจะได้เชิญผู้มาเฝ้า ฯ ออกไปยืนเรียงแถวตามลำดับชั้นยศ ตำแหน่ง (ควรจะสวมหมวกเพื่องดงามในการถวายความเคารพ) ต้นแถว  พระราชวงศ์  องคมนตรี  นายกรัฐมนตรี  ประธานสภาฯ ประธานศาลฎีกา ถัดมาเป็นคณะรัฐมนตรี ข้าราชการทหาร พลเรือน ตามลำดับ ยืนแถวตามแนวทางตามเสด็จฯ ผ่าน

             เมื่อเสด็จพระราชดำเนินมาถึง กองทหารเป่าแตรถวายความเคารพหรือแตรวงบรรเลงเพลงสรรเสริญพระบารมี ผู้เฝ้าฯ ถวายความเคารพโดยวันทยหัตถ์ (เพราะสวมหมวก) จนเสด็จฯ ผ่าน     และลด วันทยหัตถ์ เมื่อจบเพลงสรรเสริญพระบารมี (ผู้ไม่สวมหมวกยืนตรง)    เมื่อเสด็จฯ ผ่าน ถวายคำนับ เมื่อจบเพลงสรรเสริญพระบารมี ก็ถวายคำนับ  ปฏิบัติทำนองนี้ทั้งเสด็จ ฯ มาและเสด็จฯ กลับ

                                  .๒ การเฝ้า ฯ รับเสด็จ ฯ งานถวายผ้าพระกฐินหลวงประจำปี ที่สำนักพระราชวังออกเป็นหมายกำหนดการ และกำหนดการแต่งกายเฝ้า ฯ รับเสด็จ ฯ ผู้ที่ไปเฝ้า ฯ รับเสด็จ ตามหมายกำหนดการ เจ้าหน้าที่สำนักพระราชวังจะได้รับรองเชิญให้นั่งพัก ที่ซึ่งจัดไว้นอกพระอุโบสถตามลำดับชั้นยศ และตำแหน่ง

                งานเสด็จฯ ถวายผ้าพระกฐินตามราชประเพณีประจำปี   ที่สำนักพระราชวังออกเป็นหมายกำหนดการแต่งเครื่องแบบเต็มยศ จะมีกองเกียรติยศทหารมหาดเล็กรักษาพระองค์ฯ พร้อมทั้งแตรวงธงประจำกอง และทหารมหาดเล็กรักษาพระองค์ฯ  ตั้งแถวรับและแซงเสด็จฯ ในวัด 

             เมื่อใกล้เวลาเสด็จฯ ประมาณ ๕ หรือ ๑๐ นาที   เจ้าหน้าที่ผู้รับรองของสำนักพระราชวัง จะได้เชิญราชการ  ผู้มีเกียรติที่มาเฝ้าฯ  ไปยืนเรียงแถวรอรับเสด็จฯ ตามแนวทางลาดพระบาท (ถ้าสถานที่มีไม่พอจะเข้าแถว ก็คงรอเฝ้าฯ ณ ที่ซึ่งจัดไว้นั้น)

             ได้เวลาเสด็จฯ ถึง แตรวงกองทหารเกียรติยศบรรเลงเพลงสรรเสริญพระบารมี ผู้เฝ้าฯ ที่นั่งพักยืนถวายความเคารพ  ผู้มาเฝ้ายืนแถวรับเสด็จฯ ถ้าสวมหมวกทำวันทยหัตถ์  จนสุดเสียงเพลงสรรเสริญพระบารมี และถวายความเคารพเมื่อเสด็จฯ ผ่าน

             เสด็จฯ เข้าสู่พระอุโบสถ   เจ้าหน้าที่สำนักพระราชวัง    จะได้เชิญและนำเฉพาะข้าราชการผู้ใหญ่ เข้าไปเฝ้าฯ ในพระอุโบสถ เมื่อเข้าไปจะต้องถวายคำนับ แล้วยืนอยู่ ณ เก้าอี้ที่จะนั่งเฝ้าฯ ตามชั้นยศและตำแหน่ง เมื่อทรงปฏิบัติในการถวายผ้าพระกฐินประทับพระราชอาสน์ ผู้เฝ้าฯ ถวายคำนับแล้วนั่งได้

             เมื่อเสด็จฯ กลับ ก็ปฏิบัติทำนองเดียวกับเมื่อเสด็จฯ มาถึง

                                  .๓ ราชประเพณีเสด็จฯ ถวายผ้าพระกฐิน  ถ้าพระอารามหลวงหรือวัดใดที่มีโรงเรียนตั้งอยู่ ย่อมจัดลูกเสือหรือนักเรียนตั้งแถวรับเสด็จฯ ถ้ามีแตรวงลูกเสือด้วย ให้บรรเลงเพลงสรรเสริญพระบารมีเมื่อเสด็จฯ ถึงและเสด็จฯ กลับ

             โรงเรียนที่จัดลูกเสือนักเรียนรับเสด็จฯ  ตามระเบียบประเพณี  จะต้องจัดตั้งโต๊ะหมู่ที่บูชาประดิษฐานพระบรมฉายาลักษณ์ แท่นตั้งพระพุทธรูป มีแจกันพานดอกไม้และธูปเทียนพร้อม    ก่อนเสด็จฯ มาถึงหน้าแถวนักเรียน ลูกเสือ  อาจารย์หรือครูใหญ่จุดธูปเทียนที่โต๊ะหมู่ (บางท่านว่าไม่ต้องจุด คณะสงฆ์ลงมติว่าไม่ต้องจุดธูปเทียน) แต่ที่โต๊ะหมู่หน้าพระบรมฉายาลักษณ์ ควรมีธูปเทียนแพ กระทงดอกไม้ใส่พานตั้งไว้ เป็นการถวายเคารพสักการะในการรับเสด็จฯ

             อาจารย์หรือครูใหญ่ ยืนที่ข้าง ๆ โต๊ะหมู่หน้าแถวนักเรียนลูกเสือ     เมื่อเสด็จถึง ณ ที่นั้น  อาจารย์หรือครูใหญ่ ก้าวออกมาถวายความเคารพ (ถ้าเป็นครูชายสวมหมวก ทำวันทยหัตถ์ ถ้าเป็นครูหญิงถวายความเคารพตามวิธีที่เรียกว่า ถอนสายบัว)      แล้วกราบบังคมทูลรายงานจำนวนอาจารย์ ครู นักเรียน จบแล้ว พับใส่ซองวางในพานเชิญขึ้นทูลเกล้าฯ ถวาย   แล้วถอยออกไปถวายคำนับ ก่อนที่จะกลับไปยืนเฝ้าฯ ณ ที่เดิม

                .๔ ในกรณีที่เสด็จฯ ไปถวายผ้าพระกฐินเป็นการส่วนพระองค์  ที่เรียกกันว่าพระกฐินต้นส่วนมากจะเป็นวัดในต่างจังหวัด สำนักพระราชวังจะออกเป็นหมายรับสั่ง ส่วนมากแต่งกายเครื่องแบบปกติขาวเฉพาะเจ้าหน้าที่ผู้มีหน้าที่เฝ้าฯ เจ้าหน้าที่นอกนั้น หรือข้าราชการในท้องถิ่นแต่งกายเครื่องแบบปกติกากีคอตั้งแบบข้าราชการ หรือกากีคอพับผูกผ้าผูกคอ

             การเฝ้าฯ รับเสด็จฯ   เจ้าหน้าที่สำนักพระราชวังจะรับรองข้าราชการและผู้มีเกียรติรอเฝ้าฯ ณ ที่ซึ่งจัดไว้นอกพระอุโบสถ

             การเสด็จฯ ถวายผ้าพระกฐินในต่างจังหวัดนั้น     ผู้ว่าราชการจังหวัดจะต้องจัดข้าราชการเข้าแถวรับเสด็จฯ ณ ที่ซึ่งรถยนต์พระที่นั่งเทียบ เมื่อเสด็จฯ ลงจากรถยนต์พระที่นั่ง   ผู้ว่าราชการจังหวัดต้องเข้าไปเฝ้าฯถวายคำนับ (ถ้าสวมหมวกทำวันทยหัตถ์) แล้วกราบบังคมทูลรายงานตนเองและเบิกข้าราชการผู้ใหญ่ที่เฝ้าฯ เช่น

 

                ขอเดชะฝ่าละอองธุลีพระบาทปกเกล้าปกกระหม่อม

                ข้าพระพุทธเจ้า. . . . . .ผู้ว่าราชการจังหวัด  ขอพระราชทานพระบรมราชวโรกาสเบิกผู้เฝ้าทูลละอองธุลีพระบาท (ในกรณีที่ภริยาเฝ้าฯ อยู่ด้วย)   นาง. . . . . .  .   ภริยาข้าพระพุทธเจ้า (จะทูลเกล้าฯ ถวายดอกไม้ด้วยก็ได้) แล้วต่อไปควรจะกราบบังคมทูลเฉพาะ ข้าราชการผู้ใหญ่ระดับสูง เช่น รองผู้ว่าราชการจังหวัด  ผู้พิพากษาหัวหน้าศาล  นายอำเภอของท้องถิ่นที่เสด็จ ฯ เท่านั้น

                                  .๕ การเฝ้าฯ รับเสด็จฯ งานรัฐพิธี นอกพระราชฐาน เช่น งานพระราชพิธีจรดพระนังคัล แรกนาขวัญข้าราชการ หรือผู้มีเกียรติที่มีตำแหน่งเฝ้าฯ   เจ้าหน้าที่สำนักพระราชวังจะเป็นผู้รับรองและกำหนดที่นั่งเฝ้าฯไว้ให้ในพลับพลาพิธี  ซึ่งจัดเป็นมณฑลพิธีทอดที่ประทับส่วนนอกพลับพลาพิธีหรือปะรำ ถ้าจะมีผู้เฝ้าฯ รับเสด็จฯ เป็นหน้าที่ของเจ้าของงาน และเจ้าหน้าที่ของสถานที่โดยความร่วมมือของสำนักพระราชวัง

                                   .๖ ในกรณีเฝ้าฯ รับเสด็จฯ เช่น

                                         . เสด็จฯ เปิดงานแสดง เปิดตึกโรงพยาบาล โรงเรียน หรือก่อฤกษ์อาคาร ฯลฯ

                                         . เสด็จฯ ทรงยกช่อฟ้า และตัดลูกนิมิต

                                           ทั้ง ก.และข. ผู้มาเฝ้าฯ ที่รับเชิญ    เจ้าหน้าที่สำนักพระราชวังจะรับรองเฉพาะผู้ที่แต่งกายเครื่องแบบเฝ้าฯ ไปนั่งรอรับเสด็จฯ ในพลับพลาหรือปะรำพิธีมณฑล     ซึ่งจัดเป็นที่เฝ้าฯ ตามลำดับชั้นยศและตำแหน่ง   ส่วนผู้รับเชิญนอกนั้นเป็นหน้าที่ของเจ้าของงาน

                                         . ก่อนเสด็จฯ มาประมาณ ๕ หรือ ๑๐ นาที เจ้าหน้าที่สำนักพระราชวังจะได้เชิญผู้มีเกียรติชั้นผู้ใหญ่และเจ้าของงาน ไปเข้าแถวรับเสด็จฯ ที่รถยนต์พระที่นั่งจะเทียบ เมื่อเสด็จฯ ถึง เสด็จฯ ลงจากรถยนต์พระที่นั่ง ผู้เป็นประธานของงานหรือผู้รับผิดชอบในท้องถิ่น เช่น รัฐมนตรี  ผู้ว่าราชการจังหวัด  เข้าเฝ้าฯ รับเสด็จฯ  แล้วกราบบังคมทูลเบิกผู้อาวุโสที่มีเกียรติ ณ ที่นั้น    ตามสมควรแก่บุคคลที่จะเบิกเฝ้าฯ ในแถวรับเสด็จฯ นั้น ๆ

             ส่วนการแต่งกาย ผู้มีหน้าที่ในราชการแต่งเครื่องแบบปกติขาว หรือเครื่องแบบกากีตามหมายของสำนักพระราชวังกำหนด

                . การเสด็จฯ ในงานพระราชพิธี งานรัฐพิธี ที่ออกหมายกำหนดการ แต่งเครื่องแบบเต็มยศจะต้องมีกองทหารเกียรติยศ พร้อมด้วยแตรวงธงประจำกองตั้งรับเสด็จฯ ด้วยหรือไม่นั้น    สำนักพระราชวังจะได้ออกหมายแจ้งกระทรวงกลาโหม  พิจารณาจัดตามระเบียบของทหาร

             . การเสด็จฯ ในงานพระราชพิธี  งานรัฐพิธี  หรืองานที่มีการกราบบังคมทูลเชิญเสด็จฯ สำนักพระราชวังจะได้ออกหมายรับสั่งเป็นงานเฝ้าฯ รับเสด็จฯ แต่งเครื่องแบบปกติ    แต่ถ้างานนั้นเป็นงานที่เสด็จฯ ไปในเขตที่ตั้งกรมกองทหาร หรือค่ายทหาร ฐานทัพของทหาร หรือในกรณีที่จังหวัดนั้น ๆ เป็นที่ตั้งกรมกองทหาร ค่ายทหาร และฐานทัพ  เป็นหน้าที่ของฝ่ายทหาร และผู้ว่าราชการจังหวัด พิจารณาจัดทหารกองเกียรติยศรับเสด็จฯ ตามระเบียบของกระทรวงกลาโหม

             . ตัวอย่างกำหนดการรับเสด็จฯ ที่เป็นงานกราบบังคมทูลเชิญเสด็จฯ ในต่างจังหวัด และในกรุงเทพมหานคร

                                  .๑ มีกองทหารเกียรติยศรับเสด็จฯ และเสด็จฯ ทรงตรวจแถวทหารกองเกียรติยศ

                                  .๒ มีกองทหารเกียรติยศรับเสด็จฯ แต่ไม่เสด็จฯ ทรงตรวจแถวทหารกองเกียรติยศ

                                  .๓ แบบรับเสด็จฯ ที่ไม่มีกองทหารเกียรติยศ

             . ข้อควรปฏิบัติในการเฝ้าฯ

                                      .๑ ถ้ายืนเฝ้าฯ ไม่ควรจะเอามือไขว้หลัง

                                      . ถ้านั่งเก้าอี้เฝ้าฯ    ไม่ควรจะเอาเท้ายกขึ้นคร่อมเข่า หรือเหยียดออกไปตามสบาย   และไม่ควรเอาแขนพาดพักที่พนักพิงหลังเก้าอี้

                                  .ไม่ควรสูบบุหรี่ หรือเป่ายานัตถุ์ ขณะนั่งเก้าอี้ หรือยืนเฝ้าฯ หน้าที่ประทับในพระที่นั่ง ในอาคาร หรือพลับพลาปะรำพิธีมณฑล

                                  .๔ ควรตรวจกระดุมเสื้อกางเกงให้เรียบร้อย

                                  .๕ ขณะนั่งเฝ้าฯ หรือเข้าแถวยืนเฝ้าฯ ในที่ประทับ ไม่ควรพูดคุยให้มีเสียงดังเกินควร

                                  .๖ เมื่อประธานสงฆ์ถวายศีล ควรพนมมือเป็นการรับศีลและจบเคารพเมื่อพระถวายศีลจบ

                                      .๗ พระสงฆ์เริ่มสวดมนต์ ควรพนมมือสดับพระพุทธมนต์  แล้วลดลงก็ได้ในระหว่างสวดมนต์ตามบทคาถาต่าง ๆ

                                  .๘ พระสงฆ์สวดมนต์จบ และถวายอดิเรก ถวายพระพรลา   ไม่ต้องพนมมือเพราะเป็นการถวายเฉพาะองค์พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว ควรพนมมือเคารพเมื่อพระกลับ

                                   .๙ งานใดมีพระธรรมเทศนา  เมื่อพระผู้เทศน์ถวายศีล ควรพนมมือเป็นการรับศีลในระหว่างพระถวายพระธรรมเทศนา ควรจะพนมมือฟังเทศน์ด้วย  จบก็ควรยกมือพนมเคารพ

                                  .๑๐ เมื่อมีกิจที่จะต้องลุกออกจากที่เฝ้าฯ  ต้องถวายความเคารพ (คำนับ) และเมื่อจะกลับเข้าประจำที่เดิมก็ต้องปฏิบัติเช่นกัน

                                  .๑๑ เมื่อพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวเสด็จฯ  จากพระราชอาสน์ที่ประทับทรงปฏิบัติพระราชกรณียกิจในการพระราชพิธีพระราชกุศล ผู้เฝ้าฯ จะต้องยืนขึ้น ถ้าเสด็จฯ ผ่านต้องถวายคำนับทุกครั้ง

 

การแต่งกายในงานพิธีต่าง ๆ

 

 

 

 

             . งานพิธีที่มีหมายกำหนดการให้แต่งกายตามหมายกำหนดการ ซึ่งจะระบุว่าแต่งเครื่องแบบ ปกติกากีคอพับ, กากีคอตั้ง, ปกติขาว ครึ่งยศหรือเต็มยศ โดยเฉพาะงานพระราชทานผ้าพระกฐินและพระราชพิธีสำคัญจะระบุถึงการประดับสายสะพายด้วย   ก็ต้องแต่งกายและประดับสายสะพายตามหมายกำหนดการนั้นถ้าหมายกำหนดการไม่ระบุการสวมสายสะพาย ระบุแต่เพียงว่าแต่งกายเต็มยศก็ต้องแต่งเต็มยศ สวมสายสะพายสูงสุดที่ได้รับพระราชทาน

             . งานที่ไม่มีหมายกำหนดการ   แต่มีหมายรับสั่งส่งไปให้เจ้าภาพ   และมีการกำหนดการแต่งกายไว้ในหมายรับสั่งนั้น หมายถึงให้เจ้าหน้าที่ผู้ปฏิบัติต้องแต่งกายตามที่หมายรับสั่งกำหนดไว้  

             . ในการแต่งกายเข้าเฝ้าหรือมีการเสด็จพระราชดำเนิน    จะต้องแต่งเครื่องแบบปกติขาว ส่วนในต่างจังหวัดข้าราชการสำนักพระราชวังจะแต่งเครื่องแบบปกติกากีคอตั้งหรือคอพับผูกผ้าผูกคอ

หมายเหตุ

              การส่งหมายของสำนักพระราชวัง   สำนักพระราชวังจะส่งหมายเฉพาะงานที่พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว และสมเด็จพระบรมราชินีนาถ เสด็จพระราชดำเนินเท่านั้น งานอื่น ๆ เช่น การรับเสด็จ การส่งเสด็จพระบรมวงศานุวงศ์องค์อื่น ๆ สำนักพระราชวังจะออกประกาศเป็นทางการ ทั้งทางสถานีวิทยุกระจายเสียงและโทรทัศน์ผ่านทางกรมประชาสัมพันธ์ โดยไม่มีการส่งหมาย  

การขอพระราชทานให้ทรงประกอบพิธีสมรส

 

 

 

 

             การขอพระราชทานให้ทรงประกอบพิธีสมรส  ที่เรียกว่า "การขอพระราชทานน้ำสังข์" มีอยู่ ๒ แบบ คือ

             . แบบเป็นทางการ

             . แบบส่วนพระองค์ ซึ่งเรียกว่า "น้ำสังข์ข้างที่"

             สำหรับหลักเกณฑ์การพระราชทานนั้น ส่วนใหญ่มักจะขึ้นอยู่กับหลักเกณฑ์เหล่านี้คือ

             . พระราชทานให้แก่ผู้ที่ทรงรู้จัก และคุ้นเคย

             . ทรงรู้จักบิดา และมารดา ของผู้ขอพระราชทาน

             . ผู้บังคับบัญชา เป็นผู้ขอพระราทานให้ ในกรณีที่เป็นตำรวจ ทหาร หรือพลเรือน ที่ไม่อยู่ในหลักเกณฑ์ ตามข้อ ๑ และข้อ ๒

             . ทรงพระกรุณาโปรดเกล้าฯ พระราชทานเป็นกรณีพิเศษ ผู้ขอพระราชทานต้องทำหนังสือยื่นต่อสำนักราชเลขาธิการ เพื่อขอให้นำความกราบบังคมทูลพระกรุณา พร้อมทั้งแนบวันเดือนปีเกิดของคู่สมรส และสถานที่ติดต่อมาด้วย

ระเบียบปฏิบัติในงานสมรสซึ่งทรงพระกรุณาโปรดเกล้าฯ ประกอบพิธีพระราชทาน

             เมื่อทรงพระกรุณาโปรดเกล้าฯ จะทรงประกอบพิธีสมรสพระราชทานแล้ว   คู่สมรสจะต้องติดต่อสำนักพระราชวัง พร้อมทั้งแจ้งรายชื่อสักขีทั้งฝ่ายชายและฝ่ายหญิง สักขีจะเป็นจำนวนฝ่ายละเท่าใดก็ได้ รวมทั้งบิดามารดาหรือผู้ปกครองของแต่ละฝ่ายด้วย  ถ้าคู่สมรสประสงค์จะจดทะเบียนสมรสทางราชการด้วย ก็ให้แจ้งสำนักพระราชวังทราบ เพื่อสำนักพระราชวังจะได้เชิญนายอำเภอท้องถิ่นมารับจดทะเบียนให้  การจดทะเบียนทางราชการนี้     คู่สมรสจะต้องเสียค่าธรรมเนียมจดทะเบียนนอกสถานที่ให้อำเภอในวันจดทะเบียน ๒๐๐ บาท ตามระเบียบ

การเฝ้าฯ ถวายตัว

             ในกรณีที่คู่สมรสยังไม่เคยเฝ้าทูลละอองธุลีพระบาท ตามประเพณี บิดามารดา หรือผู้ปกครองจะต้องนำคู่สมรสเข้าเฝ้าฯ ถวายตัว ปัจจุบันปฏิบัติดังนี้

             ในวันที่ทางราชการนัดหมาย  บิดามารดาหรือผู้ปกครองนำคู่สมรสไปยังสถานที่เฝ้าฯ พร้อมด้วยดอกไม้ธูปเทียนแพมีพานรองคู่ละ ๑ ชุด นำพานดอกไม้ธูปเทียนวางบนโต๊ะ เปิดกรวยคลุมกระทงดอกไม้ไว้ คู่สมรสยืนรอเฝ้าฯ หลังโต๊ะดอกไม้ธูปเทียน  และบิดามารดาหรือผู้ปกครองยืนหลังคู่สมรส

             เมื่อเสด็จออก ทุกคนถวายความเคารพ ต่อจากนั้นเจ้าหน้าที่สำนักพระราชวัง กราบบังคมทูลเบิกคู่สมรสเฝ้าฯ เมื่อขานชื่อผู้ใด ผู้นั้นถวายความเคารพ

             เมื่อกราบบังคมทูลเบิกครบแล้ว เสด็จขึ้น ทุกคนถวายความเคารพ

ระเบียบปฏิบัติวันทรงประกอบพิธี

             คู่สมรสต้องนำดอกไม้ธูปเทียนแพพร้อมทั้งพานรองไปทูลเกล้าฯ ถวายคนละ ๑ ชุด พานดอกไม้ธูปเทียนนี้นำไปวางบนโต๊ะที่สำนักพระราชวังจัดไว้

             เมื่อใกล้เวลาเสด็จออก คู่สมรสเข้ายืนหลังโต๊ะวางดอกไม้ธูปเทียน ชายยืนซ้ายหญิงยืนขวา

             สักขียืนเรียงแถวหลังคู่สมรส สักขีฝ่ายชายทั้งหมดยืนทางขวา (หลังคู่สมรสหญิง) ต่อมาทางซ้ายเป็นสักขีฝ่ายหญิงทั้งหมด (หลังคู่สมรสชาย) สักขีแต่ละฝ่ายให้บิดามารดาหรือผู้ปกครองคู่สมรสแต่ละฝ่ายยืนต้นแถว

             ด้านขวามือของคู่สมรสมีโต๊ะวางสมุดทะเบียนสมรสของหลวง พร้อมทั้งแท่นปากกา นายทะเบียนสำนักพระราชวังยืนอยู่ข้างโต๊ะ

             เมื่อพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว และสมเด็จพระนางเจ้าฯ พระบรมราชินีนาถเสด็จฯ เข้าห้องพิธีเมื่อเสด็จฯ พ้นพระทวาร ทุกคนที่อยู่ในห้องพิธีถวายความเคารพ

             และเมื่อประทับนั่งแล้วทุกคนถวายความเคารพอีกครั้งหนึ่ง

             ต่อจากนั้นคู่สมรสทั้งสองเดินไปหน้าที่ประทับ โดยชายเดินหน้าให้ระยะห่างกันเพียงเล็กน้อย เมื่อใกล้ที่ประทับให้ลดตัวลงแล้วไปหมอบหน้าที่ประทับ     ให้ระยะห่างพระองค์พอที่พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวฯจะพระราชทานน้ำสังข์ถึง

             (การหมอบที่ถูกต้อง เข่าขวาข้างที่ยื่นออกจะต้องอยู่กลางแขนทั้งสองข้าง ปลายเท้าเก็บ)

             เมื่อหมอบแล้ว คู่สมรสกราบถวายบังคมพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว ๑ ครั้ง  และผินไปกราบสมเด็จพระนางเจ้าฯ พระบรมราชินีนาถ ครั้ง แล้วหมอบประนมมือ ผินตัวทางพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวฯ ก้มศีรษะรับพระราชทานน้ำสังข์

                พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวจะทรงรดน้ำสังข์ลงเหนือศีรษะชาย  แล้วชายเงยศีรษะขึ้นรับพระราชทานใบมะตูม ก่อนจะรับพระราชทานทำ "เอางาน" ก่อนรับพระราชทานแล้เหน็บใบมะตูมไว้เหนือหูขวา

             พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวฯ จะทรงรดน้ำสังข์และพระราชทานใบมะตูมแก่หญิง   ทำเช่นเดียวกับชาย

             คู่สมรสทั้งสองเงยหน้าขึ้นเล็กน้อย แต่ยังอยู่ในอิริยาบถหมอบประนมมือตามเดิม พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวฯ จะทรงเจิมพระราชทานชาย และทรงเจิมพระราชทานหญิง เมื่อทรงเจิมพระราชทานผู้ใดเสร็จผู้นั้นกราบถวายบังคม

             เมื่อทรงเจิมพระราชทานแล้ว คู่สมรสคลานถอยหลังออกมาเล็กน้อย แล้วลุกขึ้นยืนเดินตามแนวทางที่เดินเข้ามา  ผ่านโต๊ะวางดอกไม้ธูปเทียนเลยไปยังโต๊ะวางสมุดทะเบียนสมรส

             เมื่อถึงโต๊ะวางทะเบียนสมรสแล้ว หญิงรออยู่ก่อน ชายถวายความเคารพ แล้วคุกเข่าโดย ลงเข่าซ้าย ตั้งเข่าขวา ลงชื่อและนามสกุลในสมุดทะเบียน เมื่อลงชื่อแล้วลุกขึ้นยืนถอยออกมาเล็กน้อย ถวายความเคารพแล้วยืนรออยู่

             หญิงถวายความเคารพ คุกเข่าลง โดยลงเข่าซ้ายหรือทั้งสองเข่า  แล้วลงชื่อ และนามสกุลในสมุดลงทะเบียนลงชื่อแล้วลุกขึ้นยืน ถวายความเคารพ

             คู่สมรสทั้งสองเดินกลับไปยืนหลังโต๊ะวางดอกไม้ธูปเทียนตามเดิม  โดยชายเดินนำเมื่อถึงที่ยืน ถวายความเคารพทั้งสองคน

             ต่อจากนั้นนายทะเบียนจะนำสมุดทะเบียนไปทูลเกล้าฯ ถวาย เพื่อทรงลงพระปรมาภิไธย แล้วนำกลับไปที่เดิม

             ลำดับต่อไป สักขีเดินไปลงชื่อและนามสกุลในสมุดทะเบียนที่ละคน เรียงลำดับดังนี้

             บิดามารดา หรือผู้ปกครองฝ่ายชาย

             บิดามารดา หรือผู้ปกครองฝ่ายหญิง

             สักขีของฝ่ายชายทุกคน

                สักขีของฝ่ายหญิงทุกคน

                การลงชื่อก็ทำเช่นเดียวกับคู่สมรส  คือ ถวายความเคารพ คุกเข่าซ้าย ลงชื่อ และนามสกุลในสมุดทะเบียน ลุกขึ้น ถวายความเคารพ เดินกลับไปยืนที่เดิม

             ต่อจากนั้นนายทะเบียนจะลงชื่อกำกับในสมุดแล้วปิดสมุดทะเบียน

             เมื่อนายทะเบียนปิดสมุดทะเบียนแล้ว คู่สมรสทั้งสองถวายความเคารพ แล้วเปิดกรวยคลุมกระทงดอกไม้ วางคว่ำไว้บนโต๊ะข้าง ๆ พาน แล้วถวายความเคารพอีกครั้ง

             ต่อจากนั้นคู่สมรสทั้งสองเดินเข้าไปเฝ้าฯ เฉพาะพระพักตร์เหมือนครั้งแรก เมื่อหมอบแล้ว กราบถวายบังคมพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว และสมเด็จพระนางเจ้าฯ พระบรมราชินีนาถ

             พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวจะทรงพระกรุณาโปรดเกล้าฯ  พระราชทานเงินทุนแก่คู่สมรส ชายเป็นผู้รับพระราชทาน กราบ ทำเอางาน แล้วหงายมือขวารับพระราชทานถุงเงิน

             ลำดับต่อไป พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวจะพระราชทานพระบรมราโชวาท และพระราชทานพร  คู่สมรสหมอบประนมมือ

             เมื่อจบพระบรมราโชวาท  คู่สมรสกราบถวายบังคมพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวฯ และสมเด็จพระนางเจ้าฯ พระบรมราชินีนาถ   คลานถอยหลังออกมาเล็กน้อย ลุกขึ้นยืน แล้วเดินกลับไปยืนที่เดิม โดยฝ่ายหญิงเดินหน้า

             เมื่อพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวและสมเด็จพระนางเจ้าฯ พระบรมราชินีนาถ ประทับยืน ทุกคนในห้องพิธีถวายความเคารพส่งเสด็จฯ

             ต่อจากนั้นคู่สมรสไปจดทะเบียนสมรสทางราการนอกห้องพิธี โดยมีผู้ใหญ่แต่ละฝ่ายลงชื่อเป็นพยานฝ่ายละ ๑ ท่าน

บทผนวก

             . ดอกไม้ธูปเทียนแพ ควรใช้ธูปเทียนแพขนาดใหญ่ เรียงธูปไว้บนเทียน วางกระทงดอกไม้ มีกรวยคลุมไว้บนธูป มีพานรอง

             . เครื่องแต่งกายชาย ถ้าเป็นผู้ที่มีเครื่องแบบราชการหรือเครื่องแบบองค์การของรัฐ  แต่งเครื่องแบบปกติขาว ถ้าไม่มีเครื่องแบบราชการ แต่งเครื่องแบบขอเฝ้าฯ หญิงแต่งกายแบบสากลหรือแบบไทย

             . เจ้าหน้าที่สำนักพระราชวังเป็นเจ้าหน้าที่ที่มีหน้าที่ปฏิบัติราชการ     คู่สมรสจึงไม่จำเป็นต้องมอบสิ่งของหรือบำเหน็จรางวัลให้

สำนักพระราชวัง

การขอพระราชทานชื่อบุตร  และบุตรี

             ผู้ขอพระราชทานต้องทำหนังสือยื่นต่อสำนักราชเลขาธิกา เพื่อขอให้นำความกราบบังคมทูลพระกรุณา ตามหลักเกณฑ์และวิธีดำเนินการ ดังต่อไปนี้

ระเบียบสำนักราชเลขาธิการ

ว่าด้วยการขอพระราชทานชื่อบุตรและบุตรี

..๒๕๒๒

 

 

 

 

             โดยที่ในปัจจุบันได้มีผู้ขอพระราชทานชื่อบุตรและบุตรีเป็นจำนวนมากขึ้น ดังนั้น เพื่อความเรียบร้อยและเป็นการถือปฏิบัติในแนวเดียวกัน  ทั้งเจ้าหน้าที่ผู้ปฏิบัติ และผู้ขอพระราชทาน    จึงเห็นสมควรกำหนดหลักเกณฑ์และวิธีดำเนินการดังต่อไปนี้

             . ระเบียบนี้เรียกว่า "ระเบียบสำนักราชเลขาธิการ  ว่าด้วยการขอพระราชทานชื่อบุตรและบุตรี พ.. ๒๕๒๒"

             . ให้ใช้ระเบียบนี้ตั้งแต่วันประกาศเป็นต้นไป

             . หลักเกณฑ์การขอพระราชทาน

                                  .๑ ประเภท ก. พระราชทานพระราชหัตถเลขาขนานชื่อ และเสมาทองพระปรมาภิไธยย่อ ภ... ได้แก่บุคคลดังต่อไปนี้

                                         ..๑ โอรสและธิดาของพระราชวงศ์ และตั้งแต่ชั้นหม่อมหลวงขึ้นไป

                                         ..บุตรและบุตรีของข้าราชการพลเรือนในพระองค์ ลูกจ้างประจำ ลูกจ้างชั่วคราวรายเดือนและรายวัน สังกัดสำนักราชเลขาธิการและสำนักพระราชวัง ที่มีเวลารับราชการไม่น้อยกว่า ๕ ปี โดยผู้บังคับบัญชารับรอง

                                         ..๓ บุตรและบุตรีของนางสนองพระโอษฐ์และคุณข้าหลวง กับบุตรและบุตรีของผู้ที่เคยเป็นนางพระกำนัล

                                         ..๔ บุตรและบุตรีของคู่สมรสที่ทรงประกอบพิธีสมรสพระราชทาน

                                         ..๕ บุตรและบุตรีของผู้ที่ได้รับพระราชทานทุนมูลนิธิอานันทมหิดล

                                              ..๖ บุตรและบุตรีของนายทหารราชองครักษ์พิเศษ  นายตำรวจราชสำนักพิเศษนายทหารราชองครักษ์ประจำ นายตำรวจราชสำนักประจำ นายทหารราชองครักษ์เวร และนายตำรวจราชสำนักเวร

                                         ..๗ บุตรและบุตรีของข้าราชการทหารประจำกรมราชองครักษ์  และข้าราชการทหารแผนกรักษาความปลอดภัยบุคคลสำคัญประจำกรมราชองครักษ์ ที่มีเวลารับราชการหรือปฏิบัติหน้าที่ในสังกัดหรือหน่วยงานดังกล่าวไม่น้อยกว่า ๕ ปี โดยผู้บังคับบัญชารับรอง

                                         ..๘ บุตรและบุตรีของข้าราชการทหาร สังกัดกรมทหาราบที่ ๑ มหาดเล็ก รักษาพระองค์ ที่มีเวลารับราชการในสังกัดไม่น้อยกว่า ๕ ปี โดยผู้บังคับบัญชารับรอง

                                         ..๙ บุตรและบุตรีของพนักงานสำนักงานทรัพย์สินส่วนพระมหากษัตริย์ ที่มีเวลาปฏิบัติราชการไม่น้อยกว่า ๕ ปี โดยผู้บังคับบัญชารับรอง

                                         ..๑๐ บุตรและบุตรีของบุคคลที่นอกเหนือจากที่กล่าวข้างต้นซึ่งจะทรงพระกรุณาโปรดเกล้า ฯ พระราชทานเป็นกรณีพิเศษเฉพาะราย

                                      .๒ ประเภท ข. พระราชทานชื่อและเสมาเงินพระปรมาภิไธยย่อ ภ...

                                          ..๑ได้แก่บุตรและบุตรีของบุคคลทั่วไปที่ไม่อยู่ในหลักเกณฑ์ประเภท ก.

             . เด็กที่ขอพระราชทานชื่อ ต้องมีอายุไม่เกิน ๖ เดือน สำหรับผู้อยู่ในประเทศ และไม่เกิน ๑ ปี สำหรับผู้อยู่ต่างประเทศ โดยให้มีเอกสารประกอบการพิจารณาดังนี้

                                  .ใบสำคัญการสมรส  ของบิดาและมารดาของเด็กที่ขอพระราชทานชื่อพร้อมด้วยสำเนา

                                  .๒ สูติบัตรของเด็กที่ขอพระราชทานชื่อ พร้อมด้วยสำเนา

                                  .๓ สำเนาทะเบียนบ้าน

                                  .๔ หนังสือรับรองเวลารับราชการของผู้บังคับบัญชา ระดับ ๕ ขึ้นไป ในกรณีผู้ขอพระราชทานเป็นข้าราชการ หรือลูกจ้างทุกประเภท    ให้เจ้าหน้าที่ตรวจสอบเอกสารดังกล่าวทุกรายการ เมื่อเป็นการถูกต้องและครบถ้วน ก็คืนเอกสารต้นฉบับแก่ผู้ขอพระราชทาน คงใช้แต่สำเนาเอกสารแนบเรื่องเพื่อประกอบการพิจารณาดำเนินการ            

                             หากในสูติบัตรของเด็กที่ขอพระราชทานชื่อ     ปรากฏชื่อตัวที่มีตัวสะกดตั้งแต่สองพยางค์ขึ้นไป และมีความไพเราะเหมาะสม หรือมีความหมายดีอยู่แล้ว ก็ให้เจ้าหน้าที่ตรวจสอบตามวิธีคิดชื่อว่าเป็นชื่อที่มีอักษรใด เป็นกาลกิณีหรือไม่ ประกอบพระราชดำริด้วย

             . การขอพระราชทานเปลี่ยนชื่อ ให้เจ้าหน้าที่พิจารณาเหตุผลการขอพระราชทานทุกราย  เพื่อนำความกราบบังคมทูลพระกรุณาประกอบพระราชดำริ

                                  .๑ ผู้ขอพระราชทานเปลี่ยนชื่อที่มีอายุยังไม่บรรลุนิติภาวะตามกฎหมาย หาก      ทรงพระกรุณาโปรดเกล้าฯ พระราชทานชื่อ ให้อยู่ในหลักเกณฑ์ประเภท ข.

                                  .๒ ผู้ขอพระราชทานชื่อที่มีอายุบรรลุนิติภาวะตามกฎหมายแล้ว   หากทรงพระกรุณาโปรดเกล้าฯ พระราชทานชื่อ ให้มีหนังสือเชิญชื่อพระราชทานเพียงประการเดียว

             . ให้กองการในพระองค์เป็นฝ่ายรักษาและถือปฏิบัติให้เป็นไปตามระเบียบนี้

                                                                                                                                                                                                                                                                                                                                                                                                                                     

 

 

 

                                      ประกาศ        วันที่    ๑๘    ตุลาคม    ๒๕๒๒

 

 

 

 

                                                 (ลงชื่อ) หม่อมหลวงทวีสันต์  ลดาวัลย์

                                                        ( หม่อมหลวงทวีสันต์  ลดาวัลย์ )

                                                                   ราชเลขาธิการ

การขอพระราชทานชื่อสกุล

             ผู้ขอต้องทำหนังสือถึงสำนักราชเลขาธิการ    เพื่อขอให้นำความกราบบังคมทูลพระกรุณาขอพระราชทานชื่อสกุลใหม่โดยระบุรายละเอียดดังต่อไปนี้

             . แจ้งประวัติของผู้ขอโดยละเอียด

             . ลำดับชื่อ ปู่ ย่า ตา ยาย บิดา มารดา พี่ น้อง ภริยา และบุตร    โดยระบุอาชีพหรือการศึกษาของบุตรโดยย่อ

             . เหตุผลการขอพระราชทานชื่อสกุล

             . แจ้งรายชื่อผู้ที่จะขอร่วมใช้ชื่อสกุลให้ทราบว่ามีผู้ใดบ้าง และมีความเกี่ยวข้องกับผู้ขออย่างใด

             . ถ้าบิดายังมีชีวิตอยู่ก็ขอให้ทำหนังสืออนุญาต ให้ผู้ขอขอพระราชทานชื่อสกุลใหม่เป็นหลักฐานต่างหากอีก ๑ ฉบับ แต่ในกรณีที่ไม่มีบิดาก็ให้มารดาอนุญาตแทนได้ พร้อมกับแนบสิ่งต่อไปนี้มาด้วยคือ

                                  . สำเนาบัตรประจำตัว

                                  . สำเนาทะเบียนบ้าน

การขอพระราชทานอุปสมบทเป็นนาคหลวง

และนาคในพระบรมราชานุเคราะห์

             พระราชวงศ์ตั้งแต่ชั้นหม่อมเจ้า   เมื่อมีจิตศรัทธาจะอุปสมบทตามราชประเพณี ผู้ปกครองหรือผู้รับพระมหากรุณาโปรดเกล้าฯ ให้เป็นนาคหลวง

             สำหรับราชสกุล และข้าราชการอื่น ๆ แล้วแต่จะทรงพระกรุณาโปรดเกล้าฯ

             การขอพระราชทานพระมหากรุณาเป็นนาคหลวงนั้น  ผู้ขอพระราชทานต้องทำหนังสือยื่นต่อสำนักพระราชวัง เพื่อขอให้นำความกราบบังคมทูลพระกรุณา

             ส่วนข้าราชการพลเรือนในพระองค์ มีระเบียบหลักเกณฑ์การขอพระราชทานพระมหากรุณาในการอุปสมบท ดังนี้

             . ข้าราชการพลเรือนในพระองค์ตั้งแต่ชั้นตรีขึ้นไป หรือข้าราชการพลเรือนในพระองค์ ชั้นจัตวาที่เป็นราชตระกูล หรือราชินีกูล เมื่อได้รับราชการเป็นข้าราชการพลเรือนในพระองค์มาครบ ๕ ปีบริบูรณ์แล้ว ขอพระราชทานพระมหากรุณาอุปสมบทเป็นนาคหลวงได้

             . ข้าราชการพลเรือนในพระองค์ดังกล่าวในข้อ ๑  ถ้ารับราชการเป็นข้าราชการพลเรือนในพระองค์มาแล้ ๓ ปีบริบูรณ์ หรือข้าราชการพลเรือนในพระองค์ชั้นจัตวา   ซึ่งมิได้เป็นราชตระกูลหรือราชินีกูล แต่ได้รับราชการเป็นข้าราชการพลเรือนในพระองค์ครบ ๕ ปีบริบูรณ์แล้ว ขอพระราชทานเครื่องสมณบริขารไปอุปสมบทได้

             . ผู้ที่จะขอพระราชทานพระมหากรุณาอุปสมบทเป็นนาคหลวงก็ดี    หรือขอพระราชทานเครื่องสมณบริขารไปอุปสมบทก็ดี จะต้องเป็นผู้ที่ผู้บังคับบัญชาได้เลือกเฟ้นและรับรองแล้วว่าเป็นผู้ที่ มหากรุณาในการอุปสมบท

             . ให้ผู้ที่จะขอพระราชทานพระมหากรุณา  รายงานแจ้งความประสงค์ที่จะขอพระราชทาน พระมหากรุณาผ่านผู้บังคับบัญชาตามลำดับชั้นเพื่อพิจารณารับรองมาโดยลำดับ รายงานดังกล่าวนี้ให้เสนอถึงสำนักพระราชวังก่อนวันอุปสมบทไม่น้อยกว่า ๓ เดือน

             . ผู้ที่ได้รับพระราชทานพระมหากรุณาในการอุปสมบท     จะต้องจำพรรษาในวัดที่มีการศึกษาพระธรรมวินัยอย่างน้อย ๑ พรรษาเต็ม

             . การนับวันรับราชการ ให้นับตั้งแต่วันดำรงตำแหน่งเป็นข้าราชการพลเรือนในพระองค์จนถึงวันที่ยื่นเรื่องราวขอพระราชทานพระมหากรุณาในการอุปสมบท  ห้ามมิให้นับเวลาที่เป็นข้าราชการวิสามัญเข้ามารวมด้วย

             . ห้ามมิให้ผู้ที่รับราชการยังไม่ถึงขั้นหรือยังไม่ครบกำหนดเวลา    ตามที่ได้ระบุไว้ในหลักเกณฑ์ ข้อและ ๒ ยื่นเรื่องราวขอพระราชทานพระมหากรุณาในการอุปสมบท เว้นไว้แต่จะได้ทรงพระกรุณาโปรดเกล้าฯ พระราชทานพระมหากรุณาเป็นกรณีพิเศษ

การขอพระราชทานน้ำหลวงอาบศพ  เพลิงศพ  และหีบเพลิง

             ผู้มีสิทธิได้รับพระราชทานน้ำหลวง เพลิงหลวง และหีบเพลิง    ต้องมีตำแหน่ง ชั้นและยศ ดังต่อไปนี้

             . พระสมณศักดิ์ ที่มีตำแหน่งตั้งแต่ชั้น "พระครูสัญญาบัตร" ขึ้นไ                                                    

             . พระราชวงศ์ ตั้งแต่ชั้น "หม่อมเจ้า"ขึ้นไป

             . ผู้ได้รับพระราชทานบรรดาศักดิ์

             . รองเสวกตรี ขึ้นไป

             . รองอำมาตย์ตรี ขึ้นไป

             . ข้าราชการพลเรือนสามัญชั้นตรี ขึ้นไป

             . ข้าราชการฝ่ายทหาร ตำรวจ ยศชั้นร้อยตรี ขึ้นไป

             . พนักงานเทศบาลตรี ขึ้นไป

             . ผู้ได้รับพระราชทานเครื่องราชอิสริยาภรณ์ ตั้งแต่  "เบญจมาภรณ์มงกุฎไทย"    ..ขึ้นไป

              ๑๐. ผู้มีเกียรติที่ได้รับพระราชทานเครื่องราชอิสริยาภรณ์ "จุลจอมเกล้า"(..) หรือ "ตราสืบตระกูล" (..)ขึ้นไป

                ๑๑. ผู้ได้รับพระราชทานเครื่องราชอิสริยาภรณ์เหรียญ "รัตนาภรณ์" รัชกาลปัจจุบัน

              ๑๒สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร  สมาชิกสภาร่างรัฐธรรมนูญ  สมาชิกสภาจังหวัด  สมาชิกสภาเทศบาลที่ถึงแก่กรรมในขณะดำรงตำแหน่ง

              ๑๓. รัฐมนตรี ถึงแก่อนิจกรรมในขณะดำรงตำแหน่ง

              ๑๔. ผู้ที่ทรงพระกรุณาโปรดเกล้า ฯ เป็นกรณีพิเศษ

              สำหรับพระสมณศักดิ์ พระราชวงศ์ ข้าราชการ ถ้าทำลายชีพตนเอง   ไม่พระราชทานเพลิงและเครื่องประกอบเกียรติยศ

              เมื่อบุคคลผู้อยู่ในหลักเกณฑ์รับพระราชทานถึงแก่กรรมลง     เจ้าภาพที่ประสงค์จะขอรับพระราชทาน จะต้องดำเนินการ ดังต่อไปนี้

             . ถ้าจะขอพระราชทานน้ำหลวงอาบศพ เจ้าภาพหรือทายาท จะต้องจัดดอกไม้กระทง ๑ กระทง ธูปไม้ระกำ ดอก เทียน เล่ม มีพานรองพร้อม ไปกราบถวายบังคมลา โดยติดต่อที่กองพระราชพิธี สำนักพระราชวัง ในพระบรมมหาราชวัง พร้อมทั้งนำใบมรณบัตร และหลักฐานที่ได้รับพระราชทานเครื่องราชอิสริยาภรณ์ชั้นสูงสุดที่ได้รับ  ไปแสดงแก่เจ้าหน้าที่เพื่อการจัดชั้นของเครื่องเกียรติยศประกอบศพได้ถูกต้อง

             ส่วนพระสงฆ์สมณศักดิ์ไม่ต้องมีดอกไม้ธูปเทียน    เป็นหน้าที่ของกรมการศาสนาแจ้งการมรณภาพและขอพระราชทาน

             . เมื่อจะประกอบการฌาปนกิจ เจ้าภาพหรือทายาทผู้ประสงค์ขอพระราชทานเพลิงศพ

                                  .๑ จะต้องทำหนังสือแจ้งไปยังกระทรวงเจ้าสังกัดของผู้ถึงแก่กรรมโดยระบุ

                                         . ชื่อ ตำแหน่ง ชั้น ยศ ของผู้ถึงแก่กรรม

                                         . ถึงแก่กรรมด้วยโรคอะไร?  ที่ไหน?  เมื่อใด?

                                              . ได้รับพระราชทานเครื่องราชอิสริยาภรณ์ อะไรบ้าง?

                                              . มีความประสงค์จะขอรับพระราชทานเครื่องเกียรติยศประกอบศพอย่างใดบ้าง?

                                         . ประกอบการฌาปนกิจศพที่วัดไหน?  จังหวัดไหน?  วันเวลาใด?

                                  .๒ ติดต่อทางสุสานวัด เพื่อประกอบการฌาปนกิจ

             การขอพระราชทานเพลิงศพนั้น    จะต้องไม่ตรงกับวันเฉลิมพระชนมพรรษาของพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว และวันเฉลิมฉลองศิริราชสมบัติ พระราชพิธีฉัตรมงคล

             ผู้มีสิทธิได้รับพระราชทานเพลิง      ถ้าจะประกอบการฌาปนกิจนอกเขตกรุงเทพมหานคร  ทางสำนักพระราชวัง   จะได้จัดหีบเพลิงให้กระทรวงเจ้าสังกัดรับส่งไปพระราชเพลิง ถ้าหากเจ้าภาพมีความประสงค์จะให้เจ้าพนักงานเชิญเพลิงหลวงไปพระราชทาน เจ้าภาพจะต้องจัดพาหนะมารับ-ส่ง และกลับ ในวันเดียวกัน

             ถ้าประกอบการฌาปนกิจในเขตกรุงเทพมหานคร     สำนักพระราชวังจะได้จัดเจ้าพนักงานเชิญเพลิงหลวงไปพระราชทาน โดยรถยนต์หลวง

             สำหรับเครื่องประกอบเกียรติยศ ได้แก่ หีบ โกศ ฉัตรตั้ง นั้น    ทางสำนักพระราชวังจะได้เชิญไปประกอบและแต่งตั้งไว้มีกำหนดเพียง วัน เมื่อพ้นไปแล้ว เจ้าภาพหรือทายาทยังไม่กำหนดพระราทานเพลิง  ถ้าทางราชการมีความจำเป็นจะถอนส่วนประกอบลองนอกของหีบโกศไปใช้ในราชการต่อไป

 

รายการสิ่งของ

เกี่ยวกับการศพเมื่อถึงแก่กรรม และ เครื่องเกียรติยศประกอบศพที่จัดพระราชทาน

- - - - - - - - - -

ชั้นหีบ

เมื่อถึงแก่กรรม เจ้าภาพต้องจัด

 

 

             . ดอกไม้ ธูปเทียน มีพานรองพร้อม ไปกราบถวายบังคมลา (เพื่อขอพระราชทานน้ำหลวงอาบศพ และเครื่องเกียรติยศประกอบศพ)

             . ใบมรณบัตรให้เจ้าหน้าที่ดู

             . หีบลองใน (ไม้ยาง หรือ ไม้สัก)

             . ผ้าขาวยาว ๖ เมตร

             . ด้ายดิบหนัก ๑,๒๐๐ แกรม

             . กระดาษฟางพับใหญ่ ๔ พับ

             . น้ำยาฟอร์มาลิน ๒ ขวด (ราดกันเหม็น)

             . ดอกไม้ ธูปเทียน และหวีไทย อย่างละ ๑

             . ดอกไม้สดสีต่าง ๆ ใช้ปักขวด และประดับในพาน สำหรับตั้งแต่งชั้นศพ

 

 

 

เครื่องเกียรติยศประกอบศพที่จัดพระราชทาน

(เจ้าภาพไม่ต้องเสียค่าใช้จ่ายอย่างใดทั้งสิ้น)

             . น้ำหลวงอาบศพ

             . หีบเกียรติยศ

             . เจ้าหน้าที่ปฏิบัติ

             . พาหนะรับ - ส่งเจ้าหน้าที่ผู้ปฏิบัติ

 

 

หมายเหตุ

             ศพใดได้รับพระราชทานเครื่องราชอิสริยาภรณ์ "ทุติยจุลจอมเกล้า" (..) หรือพระราชวงศ์ชั้น "หม่อมเจ้า"   ก็ได้รับพระราชทาน ชั้นรองหีบเกียรติยศ ขวดปักดอกไม้ พานจัดดอกไม้ (ดอกไม้เป็นของเจ้าภาพ) เชิงเทียนไฟฟ้า  ฉัตรเบญจาตั้งประดับศพ  และปี่  กลองชนะ  ประโคมเวลาพระราชทานน้ำอาบศพเพิ่มขึ้นอีก โดยไม่ต้องเสียค่าใช้จ่ายอย่างใดทั้งสิ้น

 

บัญชีค่าใช้จ่าย

เกี่ยวกับการพระราชทานเพลิงเผาศพ และ เครื่องเกียรติยศประกอบศพที่จัดพระราชทาน

- - - - - - - - - -

ชั้นหีบ

เครื่องเกียรติยศประกอบศพที่จัดพระราชทาน

(เจ้าภาพไม่ต้องเสียค่าใช้จ่ายอย่างใดทั้งสิ้น)

 

 

             . เครื่องขมาศพ

             . เพลิงหลวงเผาศพ

             . หีบเกียรติยศประกอบศพ

             . เจ้าพนักงานปฏิบัติ

             . พาหนะรับ-ส่งเจ้าพนักงานผู้ปฏิบัติ

 

 

หมายเหตุ

             ศพใดได้รับพระราชทานเครื่องราชอิสริยาภรณ์ "ทุติยจุลจอมเกล้า" (..) หรือพระราชวงศ์ชั้น "หม่อมเจ้า" ก็ได้รับพระราชทานรถวอเชิญศพ  ฉัตร ๑ สำรับ  แห่เวียนเมรุ ปี่ กลองชนะ ประโคมแห่ศพเวียนเมรุและประโคมเวลาพระราชทานเพลิงศพเพิ่มขึ้นอีก  โดยไม่ต้องเสียค่าใช้จ่ายอย่างใดทั้งสิ้น       

รายการสิ่งของ

เกี่ยวกับการศพเมื่อถึงอนิจกรรม และ เครื่องเกียรติยศประกอบศพที่จัดพระราชทาน

- - - - - - - - - -

ชั้นโกศ

เมื่อถึงอนิจกรรม เจ้าภาพต้องจัด

 

 

             . ดอกไม้ ธูปเทียน มีพานรองพร้อม    ไปกราบถวายบังคมลา (เพื่อขอรับพระราชทานน้ำหลวงอาบศพ และเครื่องเกียรติยศประกอบศพ)

             . ใบมรณบัตรให้เจ้าหน้าที่ดู

             . ผ้าขาวยาว ๘ เมตร

             . ด้ายดิบหนัก ๑,๒๐๐ แกรม

             . กระดาษฟางพับใหญ่ ๕ พับ

             . ดอกไม้ ธูปเทียน และหวีไทย อย่างละ ๑

             . ดอกไม้สดสีต่าง ๆ ใช้ปักขวด และประดับในพาน  สำหรับตั้งแต่งชั้นโกศศพ ๒ ชั้น (ขวด ๘ ขวด พาน ๑๒ พาน)

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

เครื่องเกียรติยศประกอบศพที่จัดพระราชทาน

 (เจ้าภาพไม่ต้องเสียค่าใช้จ่ายอย่างใดทั้งสิ้น)

 

 

 

 

             . น้ำหลวงอาบศพ

             . โกศ พร้อมด้วยชั้นรองโกศ

             . เชิงเทียนไฟฟ้า ขวดปักดอกไม้ พานจัดดอกไม้ (ดอกไม้เป็นของเจ้าภาพ)

             . ด้ายดิบหนัก ๑,๐๐๐ แกรม    ขี้ผึ้งยาโกศหนัก ๒,๐๐๐ แกรม น้ำมันมะพร้าว ๒ ลิตร

             . เตียงสำหรับอาบน้ำศพ

             . ผ้าโยง สายแถบ สำหรับติดโกศศพ

             . ฉัตร ๑ สำรับ ตั้งประดับศพ

             . ปี่ กลองชนะ ประโคมเวลาพระราชทานน้ำอาบศพ

             . เจ้าพนักงานผู้มาปฏิบัติ

              ๑๐. พาหนะรับ - ส่ง เจ้าพนักงานผู้มาปฏิบัติ

 

 

 

หมายเหตุ

             ศพใดได้รับพระราชทานเครื่องราชอิสริยาภรณ์ตั้งแต่      " ประถมาภรณ์ช้างเผือก "

(..) จะได้รับพระราชทาน

             . พิธีธรรมสวดพระอภิธรรม เงินถวายพระสวดอภิธรรม กระโถนขันน้ำ พานหมากพลู    พร้อมด้วยบุหรี่ และไม้ขีดไฟ ทั้งหมดกำหนด ๓ คืน

             . เครื่องนมัสการ สำหรับเจ้าภาพจุดบูชาพระสวดพระอภิธรรม ๓ คือ ทั้งนี้ ไม่ต้องเสียค่าใช้จ่ายอย่างใดทั้งสิ้น

 

บัญชีค่าใช้จ่าย

เกี่ยวกับการพระราชทานเพลิงเผาศพ และ เครื่องเกียรติยศประกอบศพที่จัดพระราชทาน

- - - - - - - - - -

ชั้นโกศ

 

 

 

 

             เจ้าภาพจะต้องจัดเตรียมสิ่งของเครื่องใช้ในการเปลื้องเครื่องสุกำศพ  และการพระราชทานเพลิง ดังนี้

             () . ติดต่อขอใบอนุญาตเผาศพมอบเจ้าหน้าที่สำนักพระราชวัง

                                  . ผ้าขาวยาว    เมตร

                                  . ด้ายดิบหนัก  ,๒๐๐ แกรม

                                  . ผ้าพลาสติกยาว    เมตร   ราคาประมาณ  ๖๐๐ บาท

                                  . กระดาษฟางพับใหญ่  ๕ พับ

                                  . เสื่อ  ๑ ผืน  

                                  . หีบสำหรับใส่บุพโพ  ๑ หีบ  ราคา   ๖๕๐ บาท

                                  . เครื่องสุม - ดับกลิ่น และมะพร้าวแก้ว ๑ ชุด  ราคา ๒๐๐ บาท

                                  . หยวกลายเครื่องสดแต่งจิตกาธาน ๑ ชุด  ราคา ๕๐๐ บาท

                                  ๑๐. ดอกไม้แผงเครื่องสดแต่งจิตกาธาน ๑ ชุด  ราคา ๑,๕๐๐ บาท

                                  ๑๑. ค่าจ้างคนหามเสลี่ยงเชิญโกศศพแห่เวียนเมรุ ๘ คน  ราคา ๔๐๐ บาท

                                       (ในกรณีที่ไม่ใช้รถยนต์แห่เวียนเมรุ)

                                  ๑๒. ค่าจ้างคนหามเสลี่ยงพระนำศพเวียนเมรุ ๔ คน  ราคา ๒๐๐ บาท

                                       (ในกรณีที่ไม่ใช้รถยนต์แห่เวียนเมรุ)

 

การเก็บอัฐิ

                             () . โกศสำหรับบรรจุอัฐิ           ๑ โกศ       ของเจ้าภาพ

                                  . ขันพานรองพร้อม             ๑ ชุด        ของเจ้าภาพ

                                  . น้ำอบไทยขวดใหญ่             ๑ ขวด       ราคา  ๒๐ บาท

                                  . เครื่องทองน้อยสักการะอัฐิ                      ๑ เครื่อง            ราคาอย่างต่ำ  ๕ บาท

                                  . ลุ้งใส่อังคาร                        ๑ ลุ้ง         ราคา  ๒๐๐ บาท

             ส่วนการขอพระราชทานพระบรมราชานุญาต ประกอบการรับพระราชทานเพลิงเผาศพที่เมรุหน้าพลับพลาอิศริยาภรณ์ วัดเทพศิรินทราวาส     ต้องทำหนังสือขอพระราชทานพระบรมราชานุญาตยื่นทางสำนักพระราชวัง และจะต้องเสียค่าใช้จ่ายเพิ่มเติม ดังนี้

             () โกศไม้สำหรับใส่ศพเผาจริง                    ๑ โกศ    ๕๐๐ บาท

                     รวม ก. . . เป็นเงินทั้งสิ้น                ,๘๒๐ บาท

                จะขอให้สำนักพระราชวังช่วยเหลือจัดให้ เจ้าภาพต้องมอบเงินค่าใช้จ่ายตามรายประมาณนี้

เครื่องประกอบเกียรติยศที่จัดพระราชทาน

(เจ้าภาพไม่ต้องเสียค่าใช้จ่ายอย่างใดทั้งสิ้น)

             . เครื่องขมาศพ

             . เพลิงหลวง

             . รถวอประเทียบเชิญศพ

             . โกศเกียรติยศประกอบศพ

             . ฉัตร แห่เวียนเมรุ ปี่ กลองชนะ ประโคมแห่เวียนเมรุ และประโคม เวลารับพระราชทานเพลิง

             . เจ้าพนักงานปฏิบัติ

             . พาหนะ รับ-ส่ง เจ้าพนักงานผู้ปฏิบัติ

หมายเหตุ

             ศพใดได้รับพระราชทานเครื่องราชอิสริยาภรณ์  "ประถมาภรณ์ช้างเผือก" จะได้รับพระราชทานผ้าไตรของหลวงทอดถวายพระบังสกุล ก่อนรับพระราชทานเพลิง ๕ ไตร

         

 

ข้อแนะนำการปฏิบัติเกี่ยวกับการพระราชทานหีบเพลิง

ไปพระราชทานเพลิงเผาศพยังต่างจังหวัด

 

 

 

 

             ตามระเบียบที่สำนักพระราชวังได้วางไว้ เมื่อกระทรวงเจ้าสังกัดหรือผู้ว่าราชการจังหวัดได้มี หนังสือแจ้งมายังสำนักพระราชวังเพื่อขอพระราชทานเพลิงศพ  หากศพนั้นอยู่ในเกณฑ์ที่จะได้รับพระราชทานเพลิงสำนักพระราชวังจะได้มีหนังสือแจ้งให้กระทรวงเจ้าสังกัด   หรือผู้ว่าราชการจังหวัดแล้วแต่กรณีตามที่ขอมานั้น  ส่งเจ้าหน้าที่ไปขอรับหีบเพลิงพระราชทานได้ที่กองพระราชพิธี สำนักพระราชวัง เมื่อทางจังหวัดได้รับหีบเพลิงพระราชทานไปแล้ว ต้องปฏิบัติการตามลำดับขั้นตอน ดังนี้

             . เชิญหีบเพลิงพระราชทานนั้น  นำไปไว้ที่ศาลาว่าการจังหวัดหรืออำเภอแล้วแต่กรณี โดยตั้งไว้ในที่อันสมควรและมีพานรองรับหีบเพลิงพระราชทานนั้นด้วย

             . ควรมีหนังสือแจ้งให้เจ้าของศพนั้น ๆ ทราบว่า     ตามที่ขอพระราชทานเพลิงศพไปนั้นได้โปรดเกล้าฯ พระราชทานแล้ว

             . เมื่อถึงกำหนดวันเวลาที่จะประกอบพิธีพระราชทานเพลิศพ     ทางจังหวัดหรืออำเภอจะต้องจัดเจ้าหน้าที่แต่งเครื่องแบบปกติขาวไว้ทุกข์ เชิญหีบเพลิงพระราชทานพร้อมด้วยพานรองรับ (หนึ่งหีบต่อหนึ่งคน) ไปตั้งยังเมรุที่จะประกอบพิธี  ก่อนที่จะเชิญไปตั้งบนเมรุนั้น จะต้องยกศพขึ้นตั้งบนเมรุเรียบร้อยแล้ว   ตั้งหีบเพลิงพระราชทานนั้นไว้ทางด้านศีรษะศพ (บนโต๊ะที่ตั้งหีบเพลิงพระราชทานนั้นจะต้องมีผ้าปูให้เรียบร้อยและห้ามมิให้นำสิ่งใดวางร่วมอยู่ด้วยเป็นอันขาด เมื่อวางหีบเพลิงพระราชทานเรียบร้อยแล้ว ผู้ที่เชิญหีบเพลิงพระราชทาน คำนับเคารพศพหนึ่งครั้ง แล้วจึงลงจากเมรุ

             . ขณะที่เชิญพานหีบเพลิงพระราชทานไปนั้น    จะต้องระมัดระวังกิริยามารยาทให้เป็นไปโดยสำรวม  ไม่พูดคุยกับผู้ใด ไม่ต้องทำความเคารพผู้ใด และต้องไม่เชิญหีบเพลิงพระราชทานตามหลังผู้อื่น

             . เมื่อถึงกำหนดเวลาพระราชทานเพลิง ให้เจ้าภาพศพเชิญแขกผู้มีอาวุโสสูงสุด ณ ที่นั้นขึ้นไปประกอบพิธีพระราชทานเพลิง หาก ณ ที่นั้นมีพระราชวงศ์ตั้งแต่ชั้นหม่อมเจ้าขึ้นไปก็ให้เชิญพระราชวงศ์นั้นทรงเป็นประธานในพิธี

             . ในระยะเวลาก่อนเจ้าภาพจะเชิญผู้มีอาวุโสสูงสุดขึ้นไปปฏิบัติหน้าที่  ตามข้อ ๕ นั้น  ให้เจ้าหน้าที่ผู้เชิญหีบเพลิงพระราชทานขึ้นไปรออยู่บนเมรุก่อน เมื่อผู้เป็นประธานทอดผ้าไตรมหาบังสุกุลแล้วพระภิกษุได้รับผ้าบังสุกุลไปแล้ว ให้เจ้าหน้าที่ที่เชิญหีบเพลิงพระราชทานแก้ห่อหีบเพลิงพระราชทานเปิดฝาหีบเพลิง แล้วเชิญไปมอบให้ประธาน

             . ผู้เป็นประธาน ก่อนที่จะรับสิ่งของในหีบเพลิงพระราชทาน   จะต้องหันหน้าไปทางทิศที่พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวประทับ ถวายคำนับหนึ่งครั้ง แล้วจึงหยิบดอกไม้จันทน์ ธูปเทียนที่อยู่ในหีบเพลิงพระราชทานนั้น แล้วจุดไฟด้วยไม้ขีดซึ่งมีอยู่ในหีบเพลิงนั้น แล้วนำมาจุดธูปเทียนดอกไม้จันทน์ แล้วนำไปวางไว้ที่ใต้หีบศพ คำนับศพหนึ่งครั้ง  แล้วหันหน้าไปทางทิศที่พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวประทับ ถวายคำนับอีกครั้งหนึ่ง เป็นอันเสร็จพิธีพระราชทานเพลิงเผาศพ